หางาน-รับพนักงาน
หางาน-รับพนักงาน
download wallpaper
Forward email random
forward email
Bookmark and Share

**"พลาสติก...ภัยร้ายใกล้ตัวลูก"**

**"พลาสติก...ภัยร้ายใกล้ตัวลูก"**

 
"พลาสติก...ภัยร้ายใกล้ตัวลูก"

"...มีงานวิจัยหลายอย่างที่มีผลให้น่าสงสัยว่าบีพีเอ หากสะสมอยู่ในร่างกาย จะส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศ จึงทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ เช่น การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทในสมอง การเจริญเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นก่อนวัยอันควร โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง และมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย..."

P { margin: 0px; } อาจจะบอกได้ว่า "ของเล่น-ของใช้เด็ก" 90% เป็น "พลาสติก" ดังนั้นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะหลีกเลี่ยงการใข้ข้าวขอพลาสติก ซึ่งบางอย่างนั้นก็มี "ภัย" ร้ายซ่อนตัวอยู่
ทั้งนี้ รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้อธิบายถึงภัยของ "พลาสติก" ที่บางอย่างเราคาดไม่ถึงว่าจะทำร้าย "เจ้าตัวน้อย" ของเรา ผ่านนิตยสาร "รักลูก" ดังนี้
พลาสติก คือโพลิเมอร์ (Polymer) ชนิดหนึ่ง แต่เป็น โพลิเมอร์ชนิดที่สังเคราะห์ขึ้นมาเอง และเนื่องจากพลาสติกจะสัมผัสกับอาหารโดยตรง ซึ่งอาหารก็จะมีทั้งความร้อน ความเย็น น้ำมัน ความเป็นกรดเป็นด่าง คุณสมบัติเหล่านี้อาจทำให้สารต่างๆ ในพลาสติกรั่วไหลออกมาและปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายก็จะเป็นอันตรายได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นอันตรายแบบเรื้อรัง สะสมในร่างกายอาจก่อให้เกิดโรคในอนาคต เช่น โรคมะเร็งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน หรือก่อให้เกิดความผิดปกติในยีนของเด็กในครรภ์ ปัจจุบันนั้นนักวิทยาศาสตร์มีความกังวลเกี่ยวกับพลาสติกอยู่ 3 ชนิด คือ "บีพีเอส" "สไตรีน" และ "ทาเลท"
- "บีพีเอ" - สารรบกวนฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ
บีพีเอ จัดเป็นสารต้นกำเนิดของโพลิคาร์บอเนต นำมาทำขวดนมเด็ก ถ้วยชาม ขวดน้ำ ของเล่น โพลิคาร์บอเนต (Polycarbonate : PC) มีลักษณะโปร่งใสแข็ง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดี ทนความร้อนสูง ทนกรด แต่จะไม่ทนด่าง เป็นรอยยาก คราบอาหารจับยาก
การศึกษาศูนย์ควบคุมโรค ของสหรัฐอเมริกาพบว่า คนอเมริกันร้อยละ 95 ตรวจพบสารบีพีเอในร่างกายไม่มากก็น้อย ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมข้อมูลอุตสาหกรรม แสดงว่าในประเทศไทยใช้บีพีเอ 6,000 ล้านปอนด์ต่อปี
มีงานวิจัยหลายอย่างที่มีผลให้น่าสงสัยว่าบีพีเอ หรือ Bishenol A หากสะสมอยู่ในร่างกาย จะส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศ ESTROGEN จึงทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ เช่น การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทในสมอง การเจริญเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นก่อนวัยอันควร โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง และมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย
ผลวิจัยล่าสุด ที่มีชื่อว่า Bishenol A หรือ บีพีเอ (BPA) เป็นสาเหตุทำให้ "เจ้าจ๋อ" african green monkey มีความผิดปกติในการสื่อสารระหว่างเซลล์สมอง (less synapse density in their brains) แม้แต่ใส่สาร BPA ในปริมาณที่ อย.อเมริกา (FDA) ยืนยันว่าปลอดภัย ก็มีผลร้ายต่อสมองลิงเช่นกัน
ทางด้านผู้ผลิตขวดนม ขวดน้ำรายใหญ่ รายย่อย ออกมาโต้แย้งกันว่าเชื่อถือไม่ได้ ไร้สาระ และไม่มีหลักฐานใดๆ ว่ามีผลต่อมนุษย์ แถมยังยันกลับด้วยผลการศึกษาในอีกบางสำนักทั้งจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ที่ชี้ว่าขวดพลาสติกโพลีคาร์บอเนทที่มีส่วนผสมของบีพีเอในปริมาณเล็กน้อยนั้นมีพิษต่อสัตว์ แต่ไม่ทำลายสุขภาพของคน
แต่รัฐบาลแคนนาดาไม่ได้คิดเช่นนั้น รัฐบาลได้เร่งออกกฎหมายห้ามผสมสาร BPA ลงในภาชนะของเด็กโดยเด็ดขาด เพราะจะก่อให้เกิดพิษร้ายต่อเด็กเล็ก เด็กทารก และสิ่งแวดล้อม จึงได้มีมาตรการเข้มให้ต้องลดการใช้สารนี้โดยด่วน เช่น เลิกใช้ขวดโพลีคาร์บอเนท ให้ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ทั้งหลายเก็บอาหารที่บรรจุในภาชนะที่มีส่วนผสมของไบสฟีนอลเอ (บีพีเอ) ขวดและแก้วพลาสติกออกจากชั้นจำหน่าายสินค้าให้หมด
ศาสตราจารย์เนียล แมคลัสกี เปิดเผยว่า โรงงานทำขวดพลาสติกทั่วโลกต่างก็ใช้สารเคมีไบสฟีนอลเอ เป็นส่วนประกอบสำคัญทั้งๆ ที่มันมักจะละลายหรือซึมแทรกปนอยู่ในอาหารแข็ง เหลว หรือน้ำดื่มที่บรรจุอยู่ และเมื่อกินหรือดื่มเข้าไปมันจะก่อกวนระบบการสื่อสารระหว่างหน่วยประสาทของสมอง มีผลเสียหายต่อความจำ และความเข้าใจ
- สไตรีน (styrene) ... สารก่อมะเร็ง
สไตรีน เป็นสารต้นกำเนิดของโพลิสไตรีน ซึ่งเป็นสารต้นกำเนิดของโพลิสไตรีน ซึ่งเป็นพลาสติกที่นำมาใช้ทำโฟมใส่อาหาร หรือแก้วน้ำแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สไตรีนสามารถรั่วไหลออกมาสู่อาหารได้ หากวิธีผลิตไม่มีคุณภาพที่ดีพอ สไตรีนจะแทรกซึมเข้าสู่อาหารได้จากความร้อน กรด และอาหารที่มีไขมันสูง
เมื่อสไตรีนเข้าสู่ร่างกาย จะไปสะสมในเนื้อเยื่อที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบเช่น สมอง ไขสันหลัง ทำให้สมองไขสันหลังทำงานผิดปกติได้ รวมทั้งสารสไตรีนนี้จัดได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง
ล่าสุด สหรัฐอเมริกาเริ่มมีประกาศให้วัสดุหีบห่ออาหารไม่ให้มีส่วนประกอบของสไตรีนแล้ว
- ทาเลท (phalate) ... ส่งผลต่อฮอร์โมนเพศ
เป็นสารที่ใช้เพื่อทำให้พลาสติกอ่อนนุ่ม เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วมีผลต่อฮอร์โมนเพศที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ ในยุโรปห้ามใช้ทาเลทในของเล่นสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี
ในญี่ปุ่นประกาศห้ามใช้ทาเลทในถุงมือพลาสติกที่ใช้ในการปรุงและถนอมอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ
บ้านเรายังไม่ได้กำหนดควบคุมสารตัวนี้ และห้องทดลองยังไม่สามารถตรวจหาสารนี้ได้
การป้องกัน
1.เลือกใช้ขวดแก้วเพื่อใส่นมหรือใส่น้ำดื่ม หรือสแตนเลส (Stainless steel) หรือขวดนม เป็นพลาสติกที่ระบุไว้ว่า Non-Polycarbonate
2.ไม่ควรอุ่นอาหาร หรืออุ่นนมในภาชนะพลาสติกทุกประเภท ไม่ควรนำขวดพลาสติกไปแช่แข็ง
3.ไม่นำขวด PET ขวดน้ำดื่ม (Poly ethyleneterephthalate) มาใช้ซ้ำ
4.อาหารกล่องแช่แข็ง อาหารกล่องโดยมากแล้วทำด้วยพลาสติก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยสบายใจ จึงควรเทอาหารใส่จาน-ชามแก้ว แล้วค่อยเวฟ
5.ไม่ใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร โดยเฉพาะของร้อน อาหารไขมัน แนะนำไม่ให้ลูกกินอาหารที่ใส่กล่องโฟม เพราะหากสังเกตให้ดีถ้าเปิดฝาดูจะเห็นฝาด้านในของโฟมละลายเป็นหลุมๆ ส่วนที่หายไปก็ตกอยู่บนอาหาร
"นอกจากภัยจากเนื้อพลาสติกผลิตภัณฑ์พลาสติกมักจะใช้สีผสมด้วย การปนเปื้อน สารตะกั่ว ก็เป็นปัญหาตามมาอีกครับ พ่อแม่อย่างเราคงต้องติดตามข่าวสาร รวมพลังเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเอาจริงเอาจังในการควบคุมสารพิษเหล่านี้ รวมทั้งส่งเสริมการผลิตภาชนะ หีบห่ออาหารที่ปลอดภัยหรือทำมาจากธรรมชาติ"
นี่เป็นข้อแนะนำอย่างหนึ่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก หากอยากจะอ่านเนื้อหาแบบเต็มๆ ติดตามได้ในนิตยสาร "รักลูก" ฉบับเดือนมกราคมนี้
คำค้นหา     อันตราย,พลาสติก